MitsuSport & Services

You are here:Home arrow นานาสาระ - บทความ arrow เรื่องของ ยาง & ล้อแม๊กซ์
  • Decrease font size
  • Default font size
  • Increase font size
  • default color
  • green color
  • blue color
เรื่องของ ยาง & ล้อแม๊กซ์ PDF พิมพ์ อีเมล์
Tuesday, 04 March 2008

ผมว่าเรามาทบทวนเรื่อง ยาง & ล้อแมกซ์ กันสักหน่อยดีไหมครับผมไปเจอมาคิดว่าน่าจะมีประโยชน์นะครับ
เลยเอามาฝาก ;D

ล้อแม็กซ์

เครื่องหมายและข้อบ่งชี้

  14 x 6  JJ  +38  4  100  

 1. Rim Diameter (inches) เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อ (นิ้ว)
 2. Rim Width (inches) ความกว้างขอบกระทะล้อ (นิ้ว)
 3. Flange Profile ลักษณะครีบขอบกระทะล้อ
 4. Offset (mm.) ค่อออฟเซท (มม.)
 5. Number of Bolt Holes จำนวนรูน็อต
 6. Picth Circle Diameter (P.C.D) ค่า พี.ซี.ดี (มม.)

ยาง

เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ขับขี่ ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์จึงถูกผลิตขึ้น โดยจำแนกเป็นกลุ่มหลักๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง)
กลุ่มที่ 2 ยางสำหรับรถกระบะ และ รถตู้
กลุ่มที่ 3 ยางสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4)
กลุ่มที่ 4 ยางสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร


กลุ่มที่ 1 ยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง)
ด้วยลักษณะการขับขี่ที่แตกต่างกัน บางท่านชอบความเร็ว บางท่านชอบการขับขี่สบายๆ เน้นความนุ่มนวล บริดจสโตน และไฟร์สโตน จึงได้แบ่งลักษณะยางในกลุ่มนี้ออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ
 
  1.1 ยางสำหรับตอบสนองการใช้ความเร็วสูง (Sporty Tyre)
เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบความเร็ว เน้นความมั่นใจในการเกาะถนน การเบรกหยุดและการรีดน้ำที่ดีกว่า
 
1.2 ยางสำหรับตอบสนองความต้องการที่ลงตัวทุกด้าน (Total Balance Tyre)
เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการคุณสมบัติหลายๆ ด้าน ทั้งความนุ่มนวลในการขับขี่ ประสิทธิภาพการเกาะถนน และการทรงตัว
 
 
 
กลุ่มที่ 2 ยางสำหรับรถกระบะ รถแวนและรถตู้
เน้นความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกและความทนทานในการใช้งานเป็นหลัก รวมทั้งความปลอดภัยในการขับขี่ อาทิ เข้าโค้งได้ดี รีดน้ำได้ดี
 
 
กลุ่มที่ 3 ยางสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4) รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4) เป็นรถที่มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งการขับขี่แบบ ON ROAD หรือใช้ในเมืองและระหว่างเมือง และแบบ OFF ROAD หรือแบบนอกเส้นทางปกติ ดังนั้น ยางสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงถูกออกแบบโดยแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งจะมีอักษรภาษาอังกฤษ A/T, H/T, H/P, H/L หรือ M/T กำกับไว้ที่ตัวยางด้วย
 
A/T = ALL TERRAIN : เป็นยาง 4x4 สำหรับทุกสภาพถนน ทั้ง ON ROAD และ OFF ROAD ให้การทรงตัวที่ดี รวมทั้งให้ความนุ่มนวลได้พอสมควร
 
H/T = HIGHWAY TERRAIN : เป็นยาง 4x4 สำหรับถนนทางเรียบทั่วไปที่ให้ความนุ่มนวล และยึดเกาะถนนได้ดี
H/P = HIGHWAY PERFORMANCE : อีกประเภทหนึ่งของยาง HIGHWAY TERRAIN ที่ถูกออกแบบสำหรับการขับขี่แบบ ON ROAD โดยเฉพาะ ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ และเพิ่มประสิทธิภาพให้การเกาะถนนดีเยี่ยมขณะใช้ความเร็วสูง
 
H/L = HIGHWAY LUXURY : อีกประเภทหนึ่งของยาง HIGHWAY TERRAIN เช่นกัน ที่ออกแบบเพื่อการใช้งานในเมืองโดยเฉพาะให้ความนุ่มนวลดีเยี่ยม
 
M/T = MUD TERRAIN : เป็นยาง 4x4 ที่ถูกออกแบบสำหรับการขับขี่แบบ OFF ROAD โดยเฉพาะด้วยดอกยางขนาดใหญ่ และร่องลึกพิเศษ ให้แรงกรุยสูง เพื่อการขับเคลื่อนในเส้นทางที่ทุรกันดาร หรือสภาพถนนที่ขรุขระเป็นโคลนตม
 
 
กลุ่มที่ 4 ยางสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร
เป็นยางที่ผลิตขึ้นเพื่อรถบรรทุกและรถโดยสารโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกทั่วไป รถน้ำมัน รถพ่วง รถกึ่งพ่วง รถผสมปูน รถดัมพ์ ฯลฯ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามลักษณะโครงสร้างยาง ดังนี้
 
  4.1 ยางผ้าใบธรรมดา
เป็นยางที่มีโครงสร้างแบบ Bias โครงยางทำจากไนล่อน ถูกจัดวางให้อยู่ในแนวทแยง ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ความทนทานและประสิทธิภาพการทรงตัวขณะขับขี่จะด้อยกว่ายางเรเดียลเส้นลวด
 
4.2 ยางเรเดียลเส้นลวด
สำหรับยางประเภทนี้เป็นยางที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย อายุการใช้งานยาวนาน ทนทานต่อการถูกของมีคมบาดตำ โครงยางแข็งแกร่งทนทาน สามารถหล่อดอกได้ มีด้วยกัน 2 แบบ คือ
 
4.2.1) แบบไม่ใช้ยางใน (TUBELESS)
4.2.2) แบบใช้ยางใน ( TUBE TYPE)


โดยแบบไม่ใช้ยางในนั้น จะมีน้ำหนักโดยรวมเบากว่า และระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากไม่ต้องมีส่วนประกอบของยางในและยางรอง อีกทั้งช่วยประหยัดเวลาในการถอดใส่ และข้อดี อีกประการหนึ่งคือ มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเมื่อถูกตำทะลุแล้วลมยางจะรั่วออกช้ากว่า ช่วยรักษาการทรงตัวได้เป็นอย่างดี
การเปลี่ยนขนาดยาง  
   
  การเปลี่ยนขนาดยางและกระทะล้อนั้น อาจจะมีเหตุผลหลายประการด้วยกัน บางคนชอบขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วสูง  บางคนชอบใช้ยางซีรีส์ต่ำๆ เพื่อความสวยงาม หรือบางคนอาจจะชอบยางที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่  อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนยางที่แตกต่างไปจากขนาดเดิมนั้น  จะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ คือ

1.ความสามารถในการรับน้ำหนัก จะต้องใกล้เคียงขนาดเดิม
2.ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของยาง จะต้องใกล้เคียงขนาดเดิม
การเปลี่ยนแปลงขนาดยางที่ไม่ถูกต้อง จะเกิดผลเสียดังนี้
1.ถ้าขนาดยางเล็กเกินไป
–ความสามารถในการรับน้ำหนักจะลดลง
–สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
–มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
2.ถ้าขนาดยางใหญ่เกินไป
–ยางจะเสียดสีกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรถ
–พวงมาลัยรถหนักขณะจอดหรือที่ความเร็วต่ำ
–มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง (อัตราความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดจากความเป็นจริง คำนวณได้จากความแตกต่างจากเส้นผ่าศูนย์กลางของยางเดิมเปรียบเทียบกับยางใหม่)

 หลักการเปลี่ยนขนาดยางที่ถูกต้อง

  1.เปลี่ยนขนาดยางโดยที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อยังคงเท่าเดิม หลักการ
         “ซีรีส์ลดลง 10 ให้เพิ่มความกว้างยาง 20 ม.ม.”

 ตัวอย่าง

ขนาดเดิม 185/70R13 185 คือ ความกว้างยางทั้งหมด (ม.ม.) 70 คือ ซีรีส์ R คือ โครงสร้างยางแบบเรเดียล 13 คือ เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อ (นิ้ว)

ขนาดใหม่ เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อเท่าเดิม คือ 13 นิ้ว ซีรีส์ลดลง 10  คือ จาก ซีรีส์ 70 เป็น ซีรีส์ 60 เพิ่มความกว้างยางอีก 20 ม.ม. คือจาก 185 ม.ม. เป็น 205 ม.ม.
ดังนั้น ขนาดยางใหม่ก็คือ 205/60R13  ซึ่งมีความสามารถในการรับน้ำหนักและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของยางใกล้เคียงกับยางขนาดเดิม 185/70R13
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อจะเท่าเดิม แต่ความกว้างกระทะล้อที่เหมาะสมกับยางทั้ง 2 ขนาดนี้ไม่เท่ากัน ขนาดยาง 185/70R13 ความกว้างกระทะล้อมาตรฐาน คือ 5 นิ้ว ขนาดยาง 205/60R13 ความกว้างกระทะล้อมาตรฐาน คือ 6 นิ้ว ผู้ใช้ยางรถยนต์ควรจะพิจารณาจุดนี้ด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพดีที่สุดในการใช้ยาง

  2.เปลี่ยนขนาดยางโดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อเปลี่ยนกระทะล้อใหม่ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนมากจะนิยมลดชีรีส์ของยางลงด้วย หลักการ
“ซีรีส์ลดลง 10 ให้เพิ่มความกว้างยาง 10 ม.ม.”

ตัวอย่าง

ขนาดเดิม 185/70R13 ขนาดใหม่ เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว คือจาก 13 นิ้ว เป็น 14 นิ้ว ซีรีส์ลดลง 10 คือ จากซีรีส์ 70 เป็นซีรีส์ 60 ให้เพิ่มความกว้างยางอีก 10 ม.ม. คือจาก 185 ม.ม. เป็น 195 ม.ม. ดังนั้น

ขนาดยางใหม่ก็คือ 195/60R14 ซึ่งมีความสามารถในการรับน้ำหนักและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของยางใกล้เคียงกับยางขนาดเดิม 185/70R13 อย่างไรก็ตาม  ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงหลักการทั่วๆ ไป หากต้องการทราบรายละเอียดอื่นๆ เช่น เส้นผ่าศูนย์กลางยาง ความกว้างของยาง หรือความกว้างกระทะล้อที่เหมาะสมของยางในแต่ละขนาด 
 
 

 
 
 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 04 March 2008 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Product Scroller

VARIS EVO.4
VARIS EVO.4
฿5 000.00

ช่วงล่าง EVO4-6 / CK [used]
ช่วงล่าง EVO4-6 / CK  [used]
 สอบถามราคา

TIAL Wastegate 60 MM.
TIAL Wastegate 60 MM.
฿25 000.00
฿22 500.00
ท่านประหยัดได้: 10.00%

ฝากระโปร่งหลัง C-west คาร์บอนไฟเบอร์
ฝากระโปร่งหลัง C-west คาร์บอนไฟเบอร์
฿20 000.00
฿18 000.00
ท่านประหยัดได้: 10.00%

Mobil Brake Fluid Dot 4
Mobil Brake Fluid Dot 4
฿280.00

สเกิร์ตข้าง EVO6 (ขายแล้ว)
สเกิร์ตข้าง EVO6  (ขายแล้ว)
฿8 500.00

Reducer Inter Hoses 3.-3.5 Inc
Reducer Inter Hoses 3.-3.5 Inc
฿570.00

บูชปีกนกหลัง -บน -บูชหน้า
บูชปีกนกหลัง -บน -บูชหน้า
฿6 100.00
฿5 490.00
ท่านประหยัดได้: 10.00%

Stock Shock Absorber Evo7-8[Used]
Stock Shock Absorber Evo7-8[Used]
฿6 000.00

HKS Super Hybrid filter Cedia / Evo7-9
HKS Super Hybrid filter Cedia / Evo7-9
฿1 500.00

Latest products

เครื่อง 93T E-CAR เกียร์M/T
เครื่อง 93T  E-CAR เกียร์M/T
฿51 000.00
หยิบใส่รถเข็น

ก้านสูบ 4G63 [New]
ก้านสูบ 4G63 [New]
฿20 000.00
หยิบใส่รถเข็น

Featured Products

EVOLUTION 8 (2003) 1,250,000 ฿
EVOLUTION 8 (2003) 1,250,000 ฿
 สอบถามราคา

Random Products

บูชหิ้วเฟื่องท้าย คานตรง
บูชหิ้วเฟื่องท้าย คานตรง
฿4 050.00
฿3 645.00
ท่านประหยัดได้: 10.00%
บูชกันโคลง ตัวติดแชชชี
บูชกันโคลง ตัวติดแชชชี
฿600.00
฿540.00
ท่านประหยัดได้: 10.00%
ARC Cover Spark Plug
ARC Cover Spark Plug
฿4 500.00
฿4 050.00
ท่านประหยัดได้: 10.00%

JA RSGallery2 Slider

This folder doesn't exsits.

 evo1.jpg