|
เขียนโดย P.TUY
|
|
Wednesday, 05 March 2008 |
|
เพลาขับเคลื่อน
เพลาขับเคลื่อนมีหน้าที่ รับและส่งต่อพลังงาน จากเกียร์ไปสู่ล้อในลักษณะการหมุน ฉนั้นเพลาขับเคลื่อนจึงต้องทำงานหนักมากที่สุดตัวหนึ่ง จึงเกิดการสึกหรอได้ง่ายมากหากขาดซึ่งการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธี ดังที่กล่าวมาแล้ว หากได้รับการดูแลอย่างดีแล้ว เพลาขับอาจมีอายุการใช้งานถึง 300,000 กม. หรือมากกว่า
-วิธีสังเกต ง่ายๆด้วยตัวคุณเอง เพลาขับจะแบ่งชิ้นส่วนสำคัญออกเป็นสามอย่างด้วยกันคือ
2.1 เพลาขับด้านใน (in board drive shaft)
-ลักษณะการสึกหรอและการสังเกต เพลาขับด้านในมีลักษณะการทำงานไม่ยุ่งยากมากนัก คือจะรับแรงบิดที่ส่งผ่านมาจากเกียร์ การส่งกำลังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางหรือตำแหน่งการเสียดสีมากนักจะมีการเปลี่ยนแปลงก็แต่แนวนอนไม่เกิน1นิ้ว(รถใช้งานปกติ) ฉนั้นการสึกหรอจึงเกิดขึ้นฉะเพราะที่ระหว่างลูกปืนและกระโหลกเพลา เท่านั้น
-การสังเกตุง่ายๆคือ ขณะที่เร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแรงบิดมากๆในระบบส่งกำลังจะเกิดอาการสั่นสะท้านทั่วบริเวณรถทำให้รู้สึกได้หากสังเกตุให้ดี ลักษณะจะเหมื่อนอาการสั่นที่เกิดจากล้อและยางที่ไม่ได้ถ่วงสมดุลย์ หากแต่การสั่นที่เกิดจากเพลาขับด้านใน จะหยุดสั่นทันทีหากไม่มีแรงบิดที่ออกมาจากเกียร์หรือง่ายๆคือการ ถอนคันเร่ง ซึ่งจะแตกต่างจากสั่นจากล้อที่จะยังคงสั่นไปตลอดจนกว่าจะถึงความเร็วหนึ่งจะหยุดไปเอง
เรื่องการสังเกตุอาการสั่นของเพลาขับด้านในมีน้อยคนที่จะรู้ แม้กระทั่งร้านอย่างหรือร้านตั่งศูนย์ถ่วงล้อเอง ก็มักจะงงและไม่เข้าใจกับอาการนี้ ส่วนใหญ่มักจะมุ่งประเด็นไปที่ล้อและยาง ลูกปืนเพลา ลูกหมาก หรือแม้กระทั่งเบรด
2.2 เพลาขับเคลื่อน (drive shaft)
เพลาขับเคลื่อนเมื่อถูกแยกส่วนออกมาแล้ว(เฉพาะเพลา) หากเป็นรถที่ใช้งานทั่วๆแทบไม่มีการสึกหรอเลย และไม่ค่อยมีแรงเครียดเกิดขึ้นสักเท่าไหร่ ฉนั้นในการดูแลรักษาง่ายนี้ เราจะไม่กล่าวถึงให้ละเอียดนัก
2.3 เพลาขับด้านนอก (out board drive shaft)
-ลักษณะการสึกหรอและการสังเกตุ เพลาขับด้านนอก จะมีการทำงานที่ยุ่งยากและจะต้องรับแรงกระทำที่เกิดจากแรงบิดในหลายทิศทางโดยการบิดตัวของหัวเพลาเมื่อรถถูกบังคับเลี้ยว เมื่อหัวเพลาถูกบิดออกจากทิศทางเดิม(เฉือนแนวดิ่ง) ขณะที่รถกำลังถูกบังคับเลี้ยว หัวเพลาจะถูกบิดหนีออกจากตำแหน่ง(ไม่เกิน40องศา) แรงที่กระทำ ทำให้เกิดความเครียดและแรงตรึงผิวมากขึ้น โดยเฉพาะหากมีการเร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจจะทำให้หัวเพลาแตกได้ง่ายมาก
การสังเกต สึกหรอของหัวเพลาด้านนอกจะง่ายกว่า การสังเกตหัวเพลาด้านใน เพราะการสึกหรอของหัวเพราะด้านนอก เมื่อมีการเลี้ยวในวงแคบๆ และเร่งเครื่องจะมีเสียงดังมาจากหัวเพลาได้ยินชัดเจน (แก๊กๆๆๆๆๆๆ) แต่เมื่อขับรถในทิศทางตรงก็จะไม่มีเสียงดังเกิดขึ้น
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 05 March 2008 )
|